ถ้าจะเอ่ยถึงทีมที่ร้อนแรงในศึกบุนเดสลีกาฤดูกาลนี้ คงหนีไม่พ้นทีม สิงห์หนุ่ม โบรุสเซีย มึนเช่นกลัดบัค อย่างแน่นอน ทั้งที่ฤดูกาลที่แล้วยังเป็นทีมที่เรียกว่าดิ้นรนหนีการตกชั้นอยู่แท้ แต่มาปีนี้ยังเกาะกลุ่มอยู่ในช่วงบนของตารางได้อย่างเหนียวแน่น เครดิตนี้ต้องยกให้กับ ลูเซียง ฟาร์ฟ และบรรดาลูกทีมอย่างแท้จริง
ตอนนี้ฟุตบอลลีกของเยอรมันก็หยุดทำการแข่งขันเรียบร้อยแล้ว และจะกลับมาเล่นกันอีกที่ก็ราวๆกลางเดือนมกราคมโน่นเลย จาก 17 เกมที่ผ่านมากลัดบัค ชนะ 10 เสมอ 3 แพ้ 4 ยิงได้ 25 เสียไป 11 ประตู มี 33 คะแนน ถือว่าเป็นผลงานที่น่าพอใจในรอบหลายปีที่ผ่านมา
ซึ่งทีมในกลุ่มลุ้นแชมป์เวลานี้ถ้าดูจากอันดับบนตารางและความเป็นไปได้ก็น่าจะเป็น บาเยิร์น มิวนิค, โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์, ชาลเก้ 04, โบรุสเซีย มึนเช่นกลัดบัค, ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น และ แวร์เดอร์ เบรเมน แต่ในอนาคตอาจจะมีการลดหลั่นลงไปจากนี้ก็เป็นได้ แต่เชื่อหรือไม่มีเพียง ชาลเก้ 04 ทีมเดียวเท่านั้นที่เป็นทีมในกลุ่มลุ้นแชมป์ที่สามารถเอาชนะกลัดบัค เพราะที่เหลือทีม สิงห์หนุ่ม สามารถเอาชนะทั้ง บาเยิร์นฯ, เบรเมน รวมทั้งยันเสมอ ดอร์ทมุนด์ และ เลเวอร์คูเซ่น มาได้
เทียบศักยภาพจากทั้งหมดที่กล่าวมา กลัดบัค ดูเป็นรองที่สุด แต่ทว่า ลูเซียง ฟาร์ฟ สามารถสร้างทีมที่เล่นด้วยทีมเวิร์กมากกว่าที่จะพึ่งพาซุเปอร์สตาร์ เพราะมองดูแล้วระดับทีมไม่เป็นที่ดึงดุดแข้งชื่อดังเข้ามาได้สักเท่าไหร่ ทำให้กุนซือชาวสวิตเซอร์แลนด์ต้องปรุงแต่งด้วยกำลังพลที่มีบวกกับดาวรุ่งแววดีที่ถูกผลักดันขึ้นมาจนเป็นส่วนผสมที่ลงตัวในที่สุด

ที่จะอดพูดถึงไม่ได้เลยก็คือ มาร์โก รอยส์ จากนักเตะโนเนมที่เล่นให้กับทีมโอเบอร์เฮาเซ่น กลายมาเป็นดาวเด่นของทีมในปัจจุบันจนทำให้ยักษ์ใหญ่ของประเทศก็คือบาเยิร์น มิวนิค นั้นอยากได้ตัวไปร่วมทีม หลังตะบันไปแล้ว 10 ประตูจาก 15 เกมที่ลงเล่นให้กับทีม แต่จะพึ่งพารอยสืเพียงแค่ตนเดียวก็ไม่ได้เพราะในแดนกลางนั้นยังมี พาทริค แฮร์มันน์ ดาวรุ่งที่พิ่งดันขึ้นมาเล่นชุดใหญ่ที่ยึดตำแหน่งริมเส้นตัวจริงถาวรไปแล้ว รวมทั้งตัวเก๋าแต่ฝีเท้าเชื่อได้อย่าง ฮวน อารานโก้ ที่สนับสนุนกันทำเกมรุกให้กับ ไมค์ ฮานเค่ นั่นเอง
มองในครึ่งซีซั่นหลังนั้นอาจจะเป็นหนทางที่ไม่ง่าย แต่ทาง ลูเซียง ฟาร์ฟ ก็วาดความฝันเล็กๆที่จะพาทีมเล็กอย่างกลัดบัคไปโลดแล่นในเวทียุโรปให้ได้ ไม่ว่าจะเป็น ยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก หรือว่า ยูฟ่า ยูโรป้า ลีก ก็ดี โดยเขาวางเป้าหมายด้วยการเสริมทัพนักเตะในช่วงตลาดนักเตะรอบสองเปิดขึ้น เพราะเล็งเห็นจุดอ่อนของทีมเมื่อขาดหัวใจสำคัญอย่าง มาร์โก รอยส์ ที่เจ็บไปช่วงหนึ่ง รวมทั้งตัวอื่นๆ ก็มักจะทำให้ผลงานของทีมสะดุด
แม้ว่าอนาคตข้างหน้าอาจจะไม่รู้ว่าพวกเขาจะไปถึงฝั่งฝันหรือไม่ แต่การที่ผลงานดีจนเกาอยู่บนหัวตารางแบบนี้ ก็น่าจะทำให้ผู้บริหารและแฟนๆคงพอใจมากกว่าทุกปีที่เคยเป็น ถ้าไม่โดนพิษอาการบาดเจ็บเล่นงานนักเตะตัวหลัก และฟอร์มไม่ตกลงไปกว่าเดิม เชื่อว่าความฝันของ ลูเซียง ฟาร์ฟ ครั้งนี้ มีโอกาสเกิดขึ้นได้แน่นอน.....
จี๊ด-จ๊าด